ก่อนที่จันทบุรีจะเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งผลไม้และอัญมณี เมืองแห่งนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือนานาชาติริมอ่าวไทย เป็นประตูสำคัญที่เชื่อมสยามกับโลกภายนอก เรือสำเภาจากจีน ญวน มลายู อินเดีย และชาติตะวันตก ต่างล่องเข้าสู่สายน้ำจันท์ เพื่อนำสินค้าจากแดนไกลมาพบกับทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินแห่งนี้
ในยุคที่เครื่องเทศมีมูลค่าไม่ต่างจากทองคำ ผลไม้และพรรณไม้หอมหลายชนิดเดินทางข้ามทะเลไปพร้อมกับเรือสินค้า หนึ่งในนั้นคือ ลูกจันหอม ผลไม้พื้นถิ่นที่มีกลิ่นหอมอ่อนหวาน ซ่อนความอบอุ่นและความลุ่มลึกไว้ภายใน
ลูกจันหอม จึงเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความรู้ และรสนิยมที่หลั่งไหลเข้าสู่เมืองจันทบุรีผ่านการค้าทางทะเล ทุกการเดินทางของเรือสำเภาไม่ได้บรรทุกเพียงสินค้า แต่ยังพาเรื่องราว ภาษา ศิลปะ อาหาร และกลิ่นหอมจากหลากหลายอารยธรรมมาหลอมรวมกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองแห่งนี้
หากมะเดื่ออุทุมพรคือสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้นแห่งอารยธรรม และมะปี๊ดคือภาพสะท้อนของความหวังในยุคปัจจุบัน ลูกจันหอมก็คือหัวใจของ ยุคทองแห่งการค้าเมืองจันท์ ห้วงเวลาที่ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาพบกันผ่านสายน้ำ เมืองท่าที่เต็มไปด้วยชีวิต ความมั่งคั่ง และการเปิดรับโลกภายนอก
กลิ่นของลูกจันหอมจึงเปรียบเสมือนความทรงจำของท่าเรือเก่า เสียงคลื่นที่กระทบไม้ เสากระโดงเรือที่เอนรับสายลม และหีบไม้ที่บรรจุของล้ำค่าจากดินแดนอันไกลโพ้น ทุกองค์ประกอบร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวของเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งการเดินทางและการแลกเปลี่ยน
สำหรับ ARTIVA ลูกจันหอม นอกจากจะเป็นวัตถุดิบในงานสร้างสรรค์กลิ่นแล้ว ยังเสมือนเป็นบทบันทึกของช่วงเวลาที่จันทบุรีเปล่งประกายในฐานะเมืองท่านานาชาติ เมืองที่เติบโตจากการเปิดรับผู้คน ความหลากหลาย และการเดินทาง
เพราะทุกเมืองล้วนมีช่วงเวลาที่งดงามที่สุด
และสำหรับจันทบุรี กลิ่นของลูกจันหอม คือหนึ่งในความทรงจำของยุคทองนั้น ที่ยังคงล่องลอยอยู่เหนือสายน้ำจันท์ตราบจนวันนี้


